สวัสดีค่ะ วันนี้ ดาหลามีเรื่องเรื่องเล่าจากต่างแดน ของน้องฝ้าย อาสาสมัครไทย ในโครงการ out going ประเทศเยอรมนี มาแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง หลังจากได้ร่วมโครงการไปแล้ว 5 เดือนค่ะ
…………………….
การใช้ชีวิตของเด็กอายุ 25 คนเดียวในต่างประเทศจะเป็นไงกันนะ? แล้วคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์เดินทางในต่างประเทศจะหลงรึเปล่า? อาหารการกินมันแตกต่างขนาดนี้ จะอร่อยไหม? เห้ย เขาพูดภาษาที่ 3กันแล้วจะไหวไหมเนี่ย?
เยอรมนีเป็นประเทศที่เราเลือกที่จะมาทำอาสาสมัครเป็นระยะเวลา 1 ปี เราไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตครั้งหนึ่งจะมาต่างประเทศคนเดียว เราอยู่กับพ่อแม่มาโดยตลอดจนกระทั่งเราอายุ25ปี เราได้รับโอกาสจากทางดาหลามาทำอาสากับโปรเจค Albrecht Tuckerman Wohnanlage สถานที่แห่งนี้เป็นบ้านพักคนชราและผู้พิการ วันแรกก่อนเริ่มงานเราค่อนข้างกังวลมากๆ เพราะตัวเองไม่พร้อมในด้านระดับภาษา เราพอที่จะสื่อสารได้เท่านั้น รวมไปถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่ไทยมากๆ แต่พอเริ่มงานกลับเปลี่ยนความคิดเราไปทันที
วันแรกที่เริ่มงานและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย วันแรกที่เราเริ่มงานเพื่อนร่วมงานทุกคนและผู้อาศัยที่อยู่ในบ้านต่างให้การต้อนรับเราอย่างดี จากเราที่รู้สึกกังวลกลับต้องเปลี่ยนความคิด พวกเขาทำให้เรารู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน หน้าที่ที่เราต้องทำในระหว่างการทำงานในทุกวัน คือต้องเตรียมอาหารเช้า ช่วยแต่งตัวและพาผู้อาศัยในบ้านมาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น วาดรูป เล่นดนตรี ออกกำลังกาย เล่นบอร์ดเกม ตัดกระดาษและอื่นๆอีกมากมายกิจกรรมก็จะหมุนเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน
แล้วอะไรทำให้เราพร้อมในการเผชิญโลกกว้างได้ขนาดนี้กัน ต้องขอบอกก่อนเลยว่าก่อนเรามาที่เยอรมัน ทางดาหลาและโครงการที่ดูแลเราที่เยอรมันอย่าง SCI ได้เตรียมความพร้อมเราอย่างดี ทางโครงการได้ให้เราเข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่เยอรมัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีดูแผนการเดินทาง มันทำให้เราไม่หลงและกล้าที่จะไปไหนมาไหนคนเดียวแบบมั่น ๆ อาหารที่แตกต่างแต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่อร่อย แต่ถ้าคิดถึงอาหารไทยมากๆ ขอกระซิบไว้ว่าที่นี่มีอุปกรณ์และวัตถุดิบพร้อมมาก นอกจากนี้ในระหว่างที่เราทำงานทางโครงการก็ได้จัดสรร คอร์สเรียนภาษาเยอรมันมาให้ในระหว่างที่ทำงาน
เอาจริงๆหลังจากนี้ก่อนจะจบโครงการไม่รู้ว่าเราต้องเจออะไรอีก อาจจะมีปัญหาเข้ามาหรือมีความสุขจนล้น แต่สิ่งที่เราทำตอนนี้เรายอมรับได้เลยว่า เราพร้อมและปรับตัวได้ค่อนข้างดีในประเทศแห่งนี้และเราก็อยากจะบอกทิ้งท้ายว่า สำหรับใครที่กำลังอยู่ในเซฟโซนของตัวเองอยู่ อยากให้ลองออกมาและลองทำสิ่งใหม่ ๆ ดูจะได้รู้ว่า เห้ยยยย นี่มันดีกว่าที่คิดซะอีก
แล้วเจอที่เยอรมันค่ะ
ฝย.
…………………………………………………………………………………………………………………..
สวัสดีค่ะ วันนี้ดาหลามี เรื่องเล่าชาวอาสา จาก น้องคีม อาสาสมัครต่างแดนประเทศเยอรมนี หลังจากได้ร่วมโครงการไปแล้ว 8 เดือนค่ะ.
นี่ไม่ใช่การเดินทางไกลบ้านครั้งแแรก ไม่ใช่การทำงานอาสาสมัครครั้งแรก และไม่ใช่การใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ครั้งแรกของเรา แต่เป็นการทำงานอาสาสมัครระยะหนึ่งปีเต็มแบบ full time ครั้งแรก ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
ยังคงจำความรู้สึกดีใจแบบสุดขีดจนแทบจะกระโดดโลดเต้นเมื่อได้รับอีเมลล์ยืนยันการเข้าร่วมโครงการจากทางองค์กรปลายทาง เราเลือกทำงานกับเด็กเป็นอับดับหนึ่ง ทว่าได้รับเลือกให้เป็นอาสาสมัครดูแลผู้พิการ เราก็รีบตอบรับ พร้อมดำเนินการเอกสารวีซ่า เรียนภาษา เตรียมตัวโบยบินโดยทันที พลางบอกกับตัวเองว่า
“สักครั้งในชีวิตกับการทำงานดูแลผู้พิการ”
ฤดูใบไม้ร่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเราเหล่าอาสาสมัครจากนานาประเทศกว่า 30 ชีวิต เดินทางถึงเบอร์ลินต้นเดือนกันยายน จนเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ นับเป็นระยะเวลาสี่เดือนเต็มกับการปรับตัว ปฏิเสธ และยอมรับในท้ายที่สุดว่าเราไม่ได้เหมาะกับการทำงานที่นี้
การดูแลผู้พิการที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบ้านพักรวม บ้างก็ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง และบ้างก็ไม่ได้เลย ต้องช่วยป้อนข้าว ป้อนน้ำ เตรียมอาหาร จัดการเสื้อผ้า พาอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย เปลี่ยนชุด เราได้ลองทำ เราได้ทำทุกอย่างที่เพื่อนร่วมงานคอยสอน และแม้จะมีเวลาได้นั่งเล่นเกม ทาเล็บกัน บ้างก็ดูหนัง ฟังเพลง ทว่านั่นกลับไม่ใช่เราเลย และได้เลือกที่จะสื่อสารออกไปอย่างตรงไปตรงมา คุยกับหัวหน้างาน เจ้าหน้าประสานงานโครงการ จนนำมาสู่ข้อสรุปร่วมกัน
ยัง ยัง เขายังไม่ส่งเรากลับไทย
เริ่มปีศักราชใหม่ด้วยการทำงานที่ใหม่กับบทบาทใหม่ในฐานะอาสาสมัครโรงเรียนอนุบาล ในที่สุดก็ได้อยู่กับเด็กจากหลากหลายเชื้อชาติทั้งเยอรมัน รัสเซีย โปแลนด์ อาหรับ ตุรกี แอฟริกา ฯลฯ ช่วงวัย 3 – 6 ขวบ โดยใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร
กิจวัตรของเรานั้นจะเริ่มตั้งแต่ 8.00 ไปจนถึง 16.30 น. มีเวลาพักงีบหลับ 30 นาที งานหลักคือเน้นทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ วาดรูป ระบายสี อ่านหนังสือ วิ่งเล่น ตัดปะ ปั้นดินน้ำมัน ต่อเลโก้ เล่นบทบาทสมมติ เฉลิมฉลองเทศกาลต่าง ๆ ฯลฯ งานรองคือเก็บกวาด ทำความสะอาด จากนั้นหลังเลิกงานแล้วเราจะมีเวลาไปทำกิจกรรมของตัวเอง บ้างก็ว่ายน้ำกับเพื่อน เข้าห้องสมุด เดินดูของในร้านมือสอง ซื้อวัตถุดิบสำหรับมื้อเย็น พบปะเพื่อนอาสาสมัคร รวมไปถึงการเป็นอาสาสมัครในกิจกรรมอื่น ๆ อย่างงานภาพยนตร์สั้นนานาชาติ งานศิลปะ งานกีฬาที่มักเปิดรับอาสาขาจรอยู่เป็นระยะ
พอเริ่มเข้าที่เข้าท่าก็ล่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ผ่านมาแล้วมากกว่าครึ่งทางสำหรับชีวิตอาสาสมัครในต่างแดน เราได้เดินทางผ่านหลากหลายจังหวะอารมณ์ หลากรสชาติของชีวิต เรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา มีวันที่เหนื่อยล้าจนไม่อยากลุกไปทำงาน ต้องใช้เวลาพักใจพักกายเมื่อพร้อมก็กลับไปทำหน้าที่ต่อ มีวันที่พร้อมทำงานเดินเฉยฉายยิ้มแฉ่งเข้าโรงเรียนพร้อมปะทะ เอ้ย พร้อมรับมือกับเด็ก ๆ และฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง
ขอบคุณดาหลาสำหรับโอกาส
ขอบคุณรัฐบาลเยอรมนีสำหรับทุนสนับสนุน
ขอบคุณครอบครัว ญาติมิตรที่ส่งเสริมทุกเส้นทางที่เลือกเดิน
ขอบคุณตัวเองที่เอาตัวรอดได้จนถึงตอนนี้
เรื่องและภาพโดยอาสาสมัครท่านหนึ่ง