Kru Ann just came back in her family garden in the North Thailand. With her rich experience in eco farming and seeds collecting, she wishes to welcome volunteers to support her sustaining traditional agriculture practices and passing down valuable knowledge to interested people. Hug Baan Den Vegetable Garden spans approximately ½ hectare and features a variety of products including longans, pomelo, bananas, and organic vegetables, all cultivated using traditional farming methods. The garden also serves as a source for preserving local culture and ensuring food security for future generations through the cultivation and storage of seeds. Kru Ann was a volunteer host for DaLaa volunteers in the last 4 years in her former project “Yodrak organic farm” in South Thailand and all volunteers did enjoy and learn a lot from her and her companion.

AIMS of the Placement
We hope every volunteer to gain insight into traditional Thai farming techniques, immerse themselves in Thai culture, explore Thai cuisine, language, and engage in an exchange of cultural traditions through mutual interaction with the local community.

Cultivate organic vegetables, harvest and store seeds, engage in cooking traditional Thai dishes and desserts using garden products, and participate in community cultural endeavors while also offering English learning opportunities for children.
Volunteers will engage in a range of community-centered initiatives, including collective farming endeavors like cultivating garlic and various crops. Contribute to English teaching sessions at a local school, collaborating with English-speaking educators. Take part in community and religious events, embracing Buddhist practices, and joining cultural festivities. Further strengthen community bonds through shared culinary experiences, crafting delectable dishes and desserts, as well as engaging in herbal activities alongside with community members.

Food and accommodation
We will cook and live together. There’s a private room available that can accommodate up to 2 people. The host provides simple bedding. If you have special need, please inform us in advance.
Internet access is available through AIS, Dtac, and True signals. Banking services, including Krung Thai Bank, Bangkok Bank, and Government Savings Bank, are located 16 km away from the house. Within the district, there are four markets situated 16-20 km from the host’s residence. Moreover, laundry facilities are conveniently provided with a washing machine at the host’s house.

Information about the area
Hug Baan Den Organic Farm is situated in Baan Den Udom, a serene village located in the heart of a valley with a flowing river in Thoen District, Lampang Province, Northern Thailand. This village thrives on agriculture, with around 70 households engaging in rice farming, gardening, and raising animals like
chickens, fish, and cows in accordance with the seasons. Rooted in the traditional way of life of the Thai Lanna people, the villagers also uphold Buddhist practices. The village holds various agricultural-related traditions like “Raek Na Khwan”, “Burning Khao Lam”, Buddhist Lent, “Loi Krathong” lantern festival, New Year’s Day, and “Songkran” water festival. The weather consists of three distinct phases: hot summers February-May ranging from 39 to 42 degrees Celsius, rainy period May/June to September/October with temperatures of 28 to 38 degrees Celsius, and cooler winter November to January spanning 10 to 25 degrees Celsius. During the rainy season, villagers frequently venture into the forest to gather forest products, including mushrooms and other natural vegetables.
This village is a very safe place. There are no thieves, and its closed-off nature ensures safety during epidemics. It’s located at the end of a sub-district road, adjacent to a protected forest, allowing only a single entry and exit point.

“Creative English teaching” DaLaa MLTV project – code: 2303 Available: from June 2023 to February 2024 (at least 2 to 5 months) Expected number of volunteers: 2-3

Dalaa became acquainted with Thungprue Pittayakom School after being introduced by the director of Prang-moo School. Additionally, Dalaa organized several mini work camps that Thungprue Pittayakom School participated in. As a result, Thungprue Pittayakom School is now eager to extend a warm welcome to volunteers who are interested in contributing to the students’ development by organizing activities to enhance their language skills and other areas of expertise. Moreover, volunteers will also have the opportunity to engage in local community activities.

Thungprue Pittayakom School, Songkhla Province was founded in 1957. It has 5 school buildings, 2 buildings for teachers to live in, a multipurpose building, and a cafeteria. Additionally, there are 4 temporary buildings provided by the public, 3 toilets and each school building has 2 bathrooms. There are currently 224 students from kindergarten to lower secondary (6-15 years old), and there are a total of 16 teachers along with a janitor. The kids have very few chances for interaction with foreigners and English language is more and more needed for their future.
AIMS of the Placement
1- To exchange culture between the volunteers and students.
2- To encourage the student to learn the English language and develop a good perspective of the English language to students.
3- To encourage the parents or guardians to send their child to school.
4- To create good English skills for students.

Engage in collaborative teaching and coordination with class teachers to facilitate the English language learning process across all academic levels.

สวัสดีค่ะ วันนี้ ดาหลามีเรื่องเรื่องเล่าจากต่างแดน ของน้องฝ้าย อาสาสมัครไทย ในโครงการ out going ประเทศเยอรมนี มาแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง หลังจากได้ร่วมโครงการไปแล้ว 5 เดือนค่ะ
การใช้ชีวิตของเด็กอายุ 25 คนเดียวในต่างประเทศจะเป็นไงกันนะ? แล้วคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์เดินทางในต่างประเทศจะหลงรึเปล่า? อาหารการกินมันแตกต่างขนาดนี้ จะอร่อยไหม? เห้ย เขาพูดภาษาที่ 3กันแล้วจะไหวไหมเนี่ย?
เยอรมนีเป็นประเทศที่เราเลือกที่จะมาทำอาสาสมัครเป็นระยะเวลา 1 ปี เราไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตครั้งหนึ่งจะมาต่างประเทศคนเดียว เราอยู่กับพ่อแม่มาโดยตลอดจนกระทั่งเราอายุ25ปี เราได้รับโอกาสจากทางดาหลามาทำอาสากับโปรเจค Albrecht Tuckerman Wohnanlage สถานที่แห่งนี้เป็นบ้านพักคนชราและผู้พิการ วันแรกก่อนเริ่มงานเราค่อนข้างกังวลมากๆ เพราะตัวเองไม่พร้อมในด้านระดับภาษา เราพอที่จะสื่อสารได้เท่านั้น รวมไปถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่ไทยมากๆ แต่พอเริ่มงานกลับเปลี่ยนความคิดเราไปทันที
วันแรกที่เริ่มงานและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย วันแรกที่เราเริ่มงานเพื่อนร่วมงานทุกคนและผู้อาศัยที่อยู่ในบ้านต่างให้การต้อนรับเราอย่างดี จากเราที่รู้สึกกังวลกลับต้องเปลี่ยนความคิด พวกเขาทำให้เรารู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน หน้าที่ที่เราต้องทำในระหว่างการทำงานในทุกวัน คือต้องเตรียมอาหารเช้า ช่วยแต่งตัวและพาผู้อาศัยในบ้านมาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น วาดรูป เล่นดนตรี ออกกำลังกาย เล่นบอร์ดเกม ตัดกระดาษและอื่นๆอีกมากมายกิจกรรมก็จะหมุนเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน
แล้วอะไรทำให้เราพร้อมในการเผชิญโลกกว้างได้ขนาดนี้กัน ต้องขอบอกก่อนเลยว่าก่อนเรามาที่เยอรมัน ทางดาหลาและโครงการที่ดูแลเราที่เยอรมันอย่าง SCI ได้เตรียมความพร้อมเราอย่างดี ทางโครงการได้ให้เราเข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่เยอรมัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีดูแผนการเดินทาง มันทำให้เราไม่หลงและกล้าที่จะไปไหนมาไหนคนเดียวแบบมั่น ๆ อาหารที่แตกต่างแต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่อร่อย แต่ถ้าคิดถึงอาหารไทยมากๆ ขอกระซิบไว้ว่าที่นี่มีอุปกรณ์และวัตถุดิบพร้อมมาก นอกจากนี้ในระหว่างที่เราทำงานทางโครงการก็ได้จัดสรร คอร์สเรียนภาษาเยอรมันมาให้ในระหว่างที่ทำงาน
เอาจริงๆหลังจากนี้ก่อนจะจบโครงการไม่รู้ว่าเราต้องเจออะไรอีก อาจจะมีปัญหาเข้ามาหรือมีความสุขจนล้น แต่สิ่งที่เราทำตอนนี้เรายอมรับได้เลยว่า เราพร้อมและปรับตัวได้ค่อนข้างดีในประเทศแห่งนี้และเราก็อยากจะบอกทิ้งท้ายว่า สำหรับใครที่กำลังอยู่ในเซฟโซนของตัวเองอยู่ อยากให้ลองออกมาและลองทำสิ่งใหม่ ๆ ดูจะได้รู้ว่า เห้ยยยย นี่มันดีกว่าที่คิดซะอีก
สวัสดีค่ะ วันนี้ดาหลามี เรื่องเล่าชาวอาสา จาก น้องคีม อาสาสมัครต่างแดนประเทศเยอรมนี หลังจากได้ร่วมโครงการไปแล้ว 8 เดือนค่ะ.
นี่ไม่ใช่การเดินทางไกลบ้านครั้งแแรก ไม่ใช่การทำงานอาสาสมัครครั้งแรก และไม่ใช่การใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ครั้งแรกของเรา แต่เป็นการทำงานอาสาสมัครระยะหนึ่งปีเต็มแบบ full time ครั้งแรก ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
ยังคงจำความรู้สึกดีใจแบบสุดขีดจนแทบจะกระโดดโลดเต้นเมื่อได้รับอีเมลล์ยืนยันการเข้าร่วมโครงการจากทางองค์กรปลายทาง เราเลือกทำงานกับเด็กเป็นอับดับหนึ่ง ทว่าได้รับเลือกให้เป็นอาสาสมัครดูแลผู้พิการ เราก็รีบตอบรับ พร้อมดำเนินการเอกสารวีซ่า เรียนภาษา เตรียมตัวโบยบินโดยทันที พลางบอกกับตัวเองว่า
ฤดูใบไม้ร่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเราเหล่าอาสาสมัครจากนานาประเทศกว่า 30 ชีวิต เดินทางถึงเบอร์ลินต้นเดือนกันยายน จนเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ นับเป็นระยะเวลาสี่เดือนเต็มกับการปรับตัว ปฏิเสธ และยอมรับในท้ายที่สุดว่าเราไม่ได้เหมาะกับการทำงานที่นี้
การดูแลผู้พิการที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบ้านพักรวม บ้างก็ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง และบ้างก็ไม่ได้เลย ต้องช่วยป้อนข้าว ป้อนน้ำ เตรียมอาหาร จัดการเสื้อผ้า พาอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย เปลี่ยนชุด เราได้ลองทำ เราได้ทำทุกอย่างที่เพื่อนร่วมงานคอยสอน และแม้จะมีเวลาได้นั่งเล่นเกม ทาเล็บกัน บ้างก็ดูหนัง ฟังเพลง ทว่านั่นกลับไม่ใช่เราเลย และได้เลือกที่จะสื่อสารออกไปอย่างตรงไปตรงมา คุยกับหัวหน้างาน เจ้าหน้าประสานงานโครงการ จนนำมาสู่ข้อสรุปร่วมกัน
ยัง ยัง เขายังไม่ส่งเรากลับไทย
เริ่มปีศักราชใหม่ด้วยการทำงานที่ใหม่กับบทบาทใหม่ในฐานะอาสาสมัครโรงเรียนอนุบาล ในที่สุดก็ได้อยู่กับเด็กจากหลากหลายเชื้อชาติทั้งเยอรมัน รัสเซีย โปแลนด์ อาหรับ ตุรกี แอฟริกา ฯลฯ ช่วงวัย 3 – 6 ขวบ โดยใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร
กิจวัตรของเรานั้นจะเริ่มตั้งแต่ 8.00 ไปจนถึง 16.30 น. มีเวลาพักงีบหลับ 30 นาที งานหลักคือเน้นทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ วาดรูป ระบายสี อ่านหนังสือ วิ่งเล่น ตัดปะ ปั้นดินน้ำมัน ต่อเลโก้ เล่นบทบาทสมมติ เฉลิมฉลองเทศกาลต่าง ๆ ฯลฯ งานรองคือเก็บกวาด ทำความสะอาด จากนั้นหลังเลิกงานแล้วเราจะมีเวลาไปทำกิจกรรมของตัวเอง บ้างก็ว่ายน้ำกับเพื่อน เข้าห้องสมุด เดินดูของในร้านมือสอง ซื้อวัตถุดิบสำหรับมื้อเย็น พบปะเพื่อนอาสาสมัคร รวมไปถึงการเป็นอาสาสมัครในกิจกรรมอื่น ๆ อย่างงานภาพยนตร์สั้นนานาชาติ งานศิลปะ งานกีฬาที่มักเปิดรับอาสาขาจรอยู่เป็นระยะ
พอเริ่มเข้าที่เข้าท่าก็ล่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ผ่านมาแล้วมากกว่าครึ่งทางสำหรับชีวิตอาสาสมัครในต่างแดน เราได้เดินทางผ่านหลากหลายจังหวะอารมณ์ หลากรสชาติของชีวิต เรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา มีวันที่เหนื่อยล้าจนไม่อยากลุกไปทำงาน ต้องใช้เวลาพักใจพักกายเมื่อพร้อมก็กลับไปทำหน้าที่ต่อ มีวันที่พร้อมทำงานเดินเฉยฉายยิ้มแฉ่งเข้าโรงเรียนพร้อมปะทะ เอ้ย พร้อมรับมือกับเด็ก ๆ และฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง
ขอบคุณครอบครัว ญาติมิตรที่ส่งเสริมทุกเส้นทางที่เลือกเดิน

Khoksalung Village

(Crafts- agricultural and sufficiency lifestyle)
(Thai Bueng Community, Lopburi province)

DaLaa MLTV project – code: 2302
All year round
Maximum 4-5 volunteers


Would you join the local Craft Products and agro- tourism lifestyle of Thai Bueng community? We have 25 years of experience and dedication of activities for kids and newcomers. You will participate in the community-based tourism and join  local crafts production like weaving and organic agriculture in the very safe, warm and beautiful environment of the village. You would be welcome to support  English teaching as a communication tool for locals.


Thai Bueng community, Khoksalung village (sub-district), Pathana Mikhom district, Lopburi province is a a big Buddhist community, with more than 3,000 houses and about 10,000 people. Most of us have extended families and many relatives around us.  There are 5 temples, 4 primary Schools and 1 high School. The village is surrounded by a big dam named Pasak Chonlasit Dam.

 We still preserve and revive our traditional culture through a respectful community -based tourism welcoming outsiders. Our team has worked in the village for over 25 years on these issues. We emphasize local wisdom to develop new quality products. Our main skills and tools are weaving, nature color dying, agriculture and inland fishery. We use quality communication, the so-called “Dialogue” between all the actors, After Action Review (AAR) to constantly improve and other tools like System Thinking, Networking and Strategy within our team and with outside stakeholders. We organize regular meaningful activities together with locals including children and outsiders, both Thai and foreigners and would be pleased if the volunteers can teach English for communication both for children and adults interested.

We started to promote this volunteer placement through DaLaa association in 2023, after we met with Mint, a young social activist who joined our volunteers activity a month. She is the main host for the volunteers who will sleep in her home. After she graduates a few years ago, she decided to go back to her village to support the local initiatives mentioned above. She is herself joining the activities of the community since she was a kid and her determination to go on with this project is very communicative. She is surrounded by her close family (4 people), her extended family and community and an active team of 6 people with who you will join daily life.

AIMS of the Placement

 – Enhance culture exchange between volunteers and Thai Bueng community.

 – Support the Community-based tourism  to preserve the local way of life and economic stability.

 – Support organic self sufficient agriculture through active participation of the volunteers 

– Manage our team daily life in a meaningful and respectful way.

(Thriving through Authenticity, Responsibility and Inclusion as the image of an harmonious global community  we wish for)


  • Prepare work shops to welcome the tourists.
  • Agriculture  in the communities garden
  • Teaching English  for children and local people.
  • Activities with kids such as games , art , sport

Other practical information

  • The volunteers will cook and live together with the  host family.  (Mint)
  • Simple sleeping material is provided : a small mattress, pillows and a mosquito net
  • There are events and activities in the village almost every day and in other provinces occasionally. Most locals cannot speak English but Mint can translate for international volunteers.
  • Khoksalung is situated in Lopburi province, about 200 km North of Bangkok. From Bangkok , there is only one train a day that stopped in Kok Salung village (Nong Kai destination). There are regular mini-vans from Mor Chit 2 (Northern Bangkok bus station) with destination of Khoksalung – Lopburiprovince which takes about 2-3 hours. 
  • There is an internet Wi-Fi in the host’s house and the activity area.
  • There is an ATM in the village and the banks are about 20 km away in the district Pathana Nikhom
  • There is a health center in the village and a hospital in Pathana Nikhom town.
  • There is Police station in the village
  • There is Local market every day, groceries around and Super Market in Pathana Nikhom.
  • We have a washing machine. 
  • If you have special need, please inform us in advance.